Charge Station

กฟผ. คิกออฟ “EV GO ทริปปิดดีล”

กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ กฟผ. คิกออฟ “EV GO ทริปปิดดีล” ชวนลองขับรถอีวี 4 เส้นทาง

กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ กฟผ. ชวนออกโรดทริปสร้างประสบการณ์ใหม่ ทดลองขับรถอีวี 4 เส้นทาง หัวหิน – สัตหีบ – เขื่อนศรีนครินทร์ – เขาใหญ่ ภายใต้กิจกรรม “EV GO ทริปปิดดีล” โชว์ศักยภาพรถ EV และสถานีชาร์จ EleX by EGAT ที่ครอบคลุม สานแนวคิด “ทราบแล้วเปลี่ยน” ให้ความมั่นใจ
คนไทยหันมาใช้รถอีวี

กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดแถลงข่าวกิจกรรม   “EV GO ทริปปิดดีล” ภายใต้แคมเปญ “ทราบแล้วเปลี่ยน” ชวนคนไทยร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ กับโรดทริป ขับขี่รถอีวีอย่างชาญฉลาด และปลอดภัย เสริมความมั่นใจในการเปลี่ยนมาใช้รถอีวี โดยมีศาสตราจารย์     ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองปลัดกระทรวงพลังงาน และนายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผรวมถึงตัวแทนจากค่ายรถยนต์ เข้าร่วมงาน ณลานกิจกรรมENGY Patioกฟผ. สำนักงานกลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “จากวิกฤตโลก ทั้งเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน ราคาก๊าซธรรมชาติและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าน้ำมันร้อยละ 90 ซึ่งเราต้องบริหารจัดการความผันผวนของราคาให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด  ทำให้เกิดการมองหาพลังงานในรูปแบบอื่นๆ  ขึ้นมาทดแทน จนเกิดเป็นเทรนด์การใช้นวัตกรรมจากพลังงานในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าในยานยนต์ทดแทนน้ำมัน 

คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติเล็งเห็นในจุดนี้ จึงได้ออกนโยบาย 30@30 ผลักดันให้ไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไร้มลพิษ (Zero Emission Vehicle : ZEV) ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30  ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2030  กระทรวงพลังงานได้เตรียมพร้อมด้านการผลิตและจัดส่งพลังงานไฟฟ้ารองรับไว้แล้ว เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจ และกล้าหันมาเปลี่ยนใช้รถอีวีได้เร็วขึ้นกว่าที่เราตั้งเป้าหมายไว้ในปี ค.ศ. 2030 และจากกิจกรรมของ กฟผ. ที่จัด  “EV GO ทริปปิดดีล” ขึ้น ถือเป็นการตอบโจทย์ และเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะช่วยผลักดันให้นโยบาย 30@30 ไปสู่เป้าหมายได้เป็นผลสำเร็จ”

ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์  เพียรมนกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะทำงานสร้างความตระหนักรู้การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน กล่าวเสริมว่า “คณะทำงานขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักรู้เรื่องการอนุรักษ์พลังงาน เกิดขึ้นจากความต้องการสร้างความรับรู้ให้กับประชาชน ชวนกันมาเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าเรา และเมื่อทุกคนช่วยกันก็จะสามารถลดต้นทุนของประเทศอีกด้วย  นอกจากนี้ ยังช่วยให้ประเทศเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 ได้อย่างเป็นจริง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนเราได้อย่างยั่งยืนนั้นจะต้องมีมากกว่าการรับรู้ แต่ต้องมีความรู้ที่ถูกต้องและสร้างโอกาสทำให้เกิดการสัมผัสด้วยตัวเอง และสุดท้ายจะนำไปสู่การบอกต่อ ซึ่งสอดคล้องกับ แคมเปญ “ทราบแล้วเปลี่ยน” 4ป 3ช ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน เช็ค(รถ)-ชัวร์(เส้นทาง)-ใช้(รถสาธารณะ) กิจกรรม “EV GO ทริปปิดดีล” ถือเป็นไฮไล้ต์สำคัญ เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ใช้ได้ทดลองขับขี่จริง ซึ่งจะส่งผลต่อ 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ การสร้างให้ผู้ใช้เกิดความมั่นใจในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น, สร้างให้เกิดดีมานด์ในประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุน และเดินหน้าสู่ Smart Electronic Industry ของประเทศเรา”

ในส่วนของ กฟผ. นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า “สถานีชาร์จไฟฟ้า ตอนนี้เรามีทั้งหมด 68 สถานี และจะเพิ่มเป็น 100 สถานีในสิ้นปีนี้ ตอนนี้ ทุกภาคส่วนเราช่วยกัน ร่วมมือกันในการทำให้โครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จไฟฟ้ามีอย่างเพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น  กฟผ. จึงเร่งขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ EleX by EGAT ให้ครอบคลุมเส้นทางหลักทุกภูมิภาค 

นอกจากนี้ เรายังมีแอปพลิเคชัน EleXA ที่คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถอีวี ตั้งแต่การค้นหา และใช้ระบบนำทางพาไปยังสถานีชาร์จ ตรวจสอบสถานะความพร้อม และจองใช้งานสถานี รวมถึงชำระเงิน และอีกหลายฟังก์ชั่นที่ช่วยให้การใช้รถอีวีเป็นเรื่องง่ายในชีวิตยุคใหม่ รวมทั้ง เรายังได้ร่วมกับ Charging Operator อีก 4 Platforms แสดงผลสถานะสถานีแบบ Real-Time ร่วมกัน

และเพื่อตอกย้ำความมั่นใจนำไปสู่การปรับพฤติกรรม และกล้าเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์แห่งอนาคต รถยนต์ไฟฟ้านั้นมีประสิทธิภาพที่ดี ใช้พลังงานน้อยกว่า อย่างขับรถไปต่างจังหวัด คิดค่าน้ำมันได้ประมาณสามบาทต่อกิโล แต่ถ้าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเติมพลังงานที่บ้านในราคาไม่ถึงบาท หากเติมที่สถานีชาร์จไฟฟ้าราคา 1.50 – 1.60 บาทต่อกิโล เมื่อได้ลองเองแล้วจะรู้  เราจึงได้คิกออฟกิจกรรม EV GO ทริปปิดดีล” ภายใต้แคมเปญ “ทราบแล้วเปลี่ยน” ของกระทรวงพลังงาน เพื่อชวนคนไทยที่สนใจได้สัมผัสประสบการณ์ และคุ้นเคยกับไลฟ์สไตล์ใหม่ เรียนรู้การออกแบบเส้นทาง ทดลองขับขี่รถอีวีอย่างชาญฉลาด และปลอดภัย รวมถึงได้

ทดลองใช้ Mobile Application EleXA และสถานีชาร์จไฟฟ้า EleX by EGAT ใน 4 เส้นทาง ได้แก่ หัวหิน สัตหีบ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขาใหญ่

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมทริป ยังจะได้ทำกิจกรรม CSR สุดกรีน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำไปกับโครงการปลูกป่าล้านไร่อย่างมีส่วนร่วมของ กฟผ. เตรียมล้อหมุนกันได้ในช่วงวันที่ 21 พ.ย. ถึง 2 ธ.ค. 2565 นี้”

ผู้สนใจร่วมกิจกรรม “EV GO ทริปปิดดีล” ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook กฟผ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และสมัครได้ที่ www.egatevgo.com  ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 พ.ย.2565 รีบสมัครด่วน
รับจำนวนจำกัด